2007/Nov/04

เรื่องที่14 เสือ2ตัว

     พรานป่า2คน ชวนกันเข้าไปในป่าลึก บ่ายวันนั้นได้พบกับเสือโคร่ง2ตัว กำลังกระโจนเข้าต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย พรานป่าคนหนึ่งกล่าวว่า "เราช่างโชคดีอะไรเช่นนี้เสื่อที่ดุร้าย2ตัว กำลังเข้าต่อสู้กัน เช่นนี้แหละแม้สัตว์ที่ดุร้ายก็ไม่ทันระวัง  ตัวเรายิงธนูใส่มันทั้ง2เถอะ"  

     แต่พรานป่าอีกคนหนึ่งกับแย้งว่า

"ช้าก่อนถ้าเรายิงเกาทันฑ์เข้าใส่เสือทั้ง2ตัวตอนนี้ เราก็ต้องใช้ลูกศร2ลูก แต่ถ้าเราเฝ้ารอจนกว่าการต่อสู้จะสิ้นสุดเราจะได้ประโยชน์กว่าอย่างแน่นอน"

     หลังจากนั้นพรานป่าจึงซุ่มรออยู่ในพุ่มไม้อย่างใจเย็น จนกระทั่งเสือโคร่งตัวหนึ่งเป็นฝ่ายแพ้ถูกกัดและถูกตะปบจนตาย ในขณะตัวที่ชนะนั้นก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย

     ถึงตอนนั้นพรานป่าจึงใช้ลูกศรดอกเดียวยิงเข้าใส่เสือตัวที่เหลือรอด ในที่สุดพรานป่าทั้งสองจึงได้เสือ 2 ตัว

โดยเสียลูกธนูไปเพียงลูกเดียวเท่านั้น

2007/Aug/23

เรื่องที่13 รู้น้อยอย่าคิดว่ารู้มาก
ชายหนุ่ม3คนเป็นสหายกันมาตั้งแต่เด็กจนเติบโตเป็นหนุ่มก็ชวนกันเดินทางไปเรียนวิชาดาบ
ยังอีกเมืองหนึ่ง เมื่ออยู่กับอาจารย์มาได้5เดือน ชายหนุ่มทั้ง3ก็ปรึกษาหารือกันว่า
"บัดนี้วิชาเพลงดาบเราก็ได้ร่ำเรียนกันมานานมากแล้ว เราควรจะกลับบ้านเกิดกันเถอะนะ"
"นั่นสินะข้าคิดว่าอาจารย์สอนเราจนหมดทุกกระบวนทุกท่าแล้วละ"
ทั้งสามเห็นพ้องต้องกันจึงไปร่ำลาอาจารย์โดยกล่าวว่าตนได้เรียนวิชาดาบสำเร็จแล้ว
จึงขอลากลับบ้านเกิดเมืองนอนของตน
ผู้เป็นอาจารย์วิชาดาบมิได้ทัดทานแต่อย่างใด
เหล่าลูกศิษย์รุนพี่ที่อยู่กับอาจารย์มานานหลายปีแล้วจึงได้จัดงานเลี้ยงส่ง
ศิษย์ทั้งสามในเย็นวันนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังดื่มกินในงานเลี้ยงอยู่นั้น ขุนนางผู้หนึ่งซึ่ง
เคยเป็นศิษย์เก่าของอาจารย์ท่านนี้ก็ได้กล่าวขึ้นว่า
"ท่านอาจารย์ข้าไม่ได้ชมรำเพลงดาบมานานแล้ว ได้โปรดแสดงการรำดาบให้ข้าเห็นเป็น
บุญตาหน่อยเถิดขอรับ"
เมื่อศิษย์เก่าและศิษย์ทั้งหลายร้องขอ อาจารย์จึงได้ลุกขึ้นแล้วรำเพลงดาบด้วยท่วงท่า
อันงดงามและเต็มไปด้วยพลัง ขณะกวัดแกว่งดาบไปมานั้นต้นสนโดยรอบถึงกับสั่นสะเทือนใบไผ่ร่วงโรยโปรบปรายเต็มไปหมด
แต่ละฝีเท้าที่เยื้องย่างและกระโดดไปมานั้นก็ทำให้พื้นดินถึงกับสั่นสะเทือน
ชายหนุ่มทั้งสามได้เห็นดังนั้นจึงหันมามองหน้ากันและตัดสินใจในบัดนั้นว่า ต่างก็จะอยู่ร่ำเรียนวิชาเพลงดาบต่อไปไม่คิดลากลับบ้านอีก......................

2007/Aug/20

เรื่องที่12 เมื่อให้คนกลางตัดสิน
พี่น้อง 2 คนเห็นลูกเกาลัดหล่นอยู่ที่พื้น ต่างคนต่างแย่งกันเป็นเจ้าของ สองพี่น้องเริ่มโต้เถียง และเข้าต่อสู้ปลุกปล้ำกันพัลวัน ระหว่างนั้นเด็กอีกคนหนึ่งซึ่งตัวโตกว่าเดินผ่านมาเห็นเข้าจึงเข้าห้ามปรามและถามว่า
"เจ้า2คนทะเลาะกันด้วยเหตุใด"
คนพี่ชิงตอบก่อนว่า
"ข้าเห็นลูกเกาลัดเม็ดนี้ก่อน ข้าย่อมมีสิทธิ์เป็นเจ้าของ"
คนน้องก็เถียงว่า
"ข้าเห็นก่อนตั้งหากเล่า"
เด็กชายที่โตกว่าจึงกล่าวขึ้นว่า
"มาเถอะข้าจะเป็นผู้ตัดสินให้เอง"
ว่าแล้วชายคนที่3 ก็หยิบลูกเกาลัดมาผ่าครึ่ง จากนั้นก็แกะเอาเนื้อในใส่กระเป๋าตนแล้วส่งเปลือกอย่างละครึ่งลูก
ให้กับเด็กสองพี่น้องพลางแล้วกล่าวว่า
"ในเมื่อเจ้าทั้งสองคนเห็นลูกเกาลัดก่อนก็เอาแต่เปลือกไปก็แล้วกัน ส่วนเนื้อเกาลัดข้างใน
นั้นควรเป็นของข้า ข้าเห็นก่อนเจ้า"..........................
อ่านะ หลักแหลมใช่เล่นเยย คนกลางเนี่ย อิอิอิ

2007/Aug/20

เรื่องที่11 ผู้ใช้อำนาจเป็นย่อมได้บารมี
ลูกสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเดินเล่นอยู่ในป่า ด้วยความประมาทจึงถูกเสือโคร่งตัวใหญ่จับได้
ก่อนที่กำลังจะถูกเสือโคร่งขย้ำกิน ลูกสุนัขจิ้งจอกก็รีบร้องขึ้นว่า
"ช้าก่อนเสือโคร่ง ท่านกินข้าไม่ได้ เง็กเซียนห้องเต้รับข้าเป็นบุตรบุญธรรม และแต่งตั้ง
ให้ข้าเป็นผู้ดูแลป่านี้แล้ว" เสือโคร่งได้ฟังจึงหัวเราะ
"ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก เจ้าสุนัขจิ้งจอกจอมกลอกกลิ้ง"
แต่สุนัขจิ้งจอกทำหน้าตาขึงขัง แล้วท้าพิสูจน์ว่า
"ท่านลองเดินเข้าไปในป่ากับข้าสิแล้วท่านจะรู้ว่าที่ข้าพูดนั้นจริงหรือไม่"
ได้ฟังเช่นนั้นเสือโคร่งจึงยอมเดินเข้าไปในป่ากับลูกสุนัขจิ้งจอก บรรดาสัตว์เล็กสัตว์น้อยต่างๆ เมื่อเห็นเสือโคร่งเดินเข้ามาต่างก็ตื่นตระหนก และหนีไปซ่อนบ้าง และหนีปีนขึ้นไปบนต้นไม้บ้างอลเวงทั้งป่า
เสือโคร่งเห็นเช่นนั้นก็เข้าใจว่าบรรดาสัตว์ต่างๆ เกรงกลัวในบารมีของลูกสุนัขจิ้งจอก
จึงปล่อยลูกสุนัขจิ้งจอกไปไม่ขย้ำกินเป็นอาหาร.....................

2007/Aug/18

เรื่องที่10 น่ากลัวกว่าเสือ

ขุนนางผู้หนึ่งได้เดินทางออกจากเมืองหลวงไปยังชนบทแห่งหนึ่งนอกเมือง ระหว่างทาง
ได้เห็นหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งร้องไห้อยู่หน้ากระท่อมของตน ขุนนางจึงเดินทางไปถามหญิงชาวนาผู้นั้นตอบว่า
"เมื่อปีที่แล้วสามีของข้าถูกเสือกัดตาย ต่อมาเมื่อวานนี้บุตรชายของข้าเข้าป่าไปก็ถูกเสือกัดตายอีก"
ขุนนางจึงเอ่ยขึ้นว่า
"บ้านของท่านอยู่ใกล้กับป่ามากเกินไป เมื่อเข้าป่าก็มีอันตรายถึงไม่เข้าป่าก็อาจมีเสืออกมาเพ่นพ่านทำร้ายเอาได้ อีกทั้งกระท่อมนี้ก็คับแคบ เหตุไฉนท่านไม่ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองเล่า"
หญิงชาวนาเช็ดน้ำตาพลางกล่าวว่า
" ข้าได้ยินว่าในเมืองมีแต่เจ้าหน้าที่ที่ชอบรีดไถเอากับคนจนและชอบข่มเหงรังแกชาวบ้าน"
ขุนนางได้ฟังเช่นนั้นถึงกับอึ้ง และคิดจะรีบกลับเข้าเมืองไปอบรมสั่งสอนเหล่าเจ้าหน้าที่ในบังคับบัญชาของตนทันที.................